ตกสะเก็ดหลังทำ CO2 Laser แบบนี้อันตรายไหม พร้อมแชร์ทริควิธีดูแลผิวหลังทำ

15 พ.ค. 2026

ตกสะเก็ดหลังทำ CO2 Laser แบบนี้อันตรายไหม ทริควิธีดูแลผิวหลังทำ
หลายคนที่ทำ CO2 Laser มักกังวลเมื่อเห็นผิว “ตกสะเก็ด” ว่าผิดปกติหรืออันตรายหรือไม่ แต่จริง ๆ แล้วนี่คือหนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการฟื้นฟูผิว หากเข้าใจกลไกและดูแลอย่างถูกต้อง จะช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดี ลดโอกาสเกิดรอยดำ และได้ผลลัพธ์ที่เรียบเนียนมากขึ้น

Table of Contents

CO2 Laser คืออะไร ทำไมทำแล้วหน้าแดง

คาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์ (CO2 Laser) เป็นเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่น 10,600 นาโนเมตร ใช้สำหรับการรักษาโรคผิวหนังและปัญหาผิวที่เราไม่ต้องการ ใช้ในการจี้ตัด เป็นการเปลี่ยนผิวใหม่โดยการกำจัดผิวเดิมออก ช่วยแก้ปัญหาผิวหน้าและเรือนร่าง ช่วยรักษาสิวหรือหลุมสิว ริ้วรอยร่องตื้น/ลึก รวมถึงการกำจัดไฝ ขี้แมลงวัน หูด หรือการตัดติ่งเนื้อต่าง ๆ สามารถตัดและทำลายเนื้อเยื่อที่มีปัญหาได้โดยไม่ทำให้เลือดออก หรือเลือดออกน้อย เลเซอร์คาร์บอนไดออกไซด์เป็นเลเซอร์ที่มีความละเอียดในการทำงานสูง จึงสามารถเลือกทำลายเฉพาะเนื้อเยื่อที่ต้องการ

ทำไมทำแล้วหน้าแดง

  • ความร้อนสูง เลเซอร์เปลี่ยนเป็นความร้อนทำให้เกิดแผลขนาดเล็กและกระตุ้นการซ่อมแซมผิว
  • การอักเสบชั่วคราว ร่างกายส่งเลือดมาเลี้ยงบริเวณที่ยิงเลเซอร์มากขึ้น เพื่อเร่งการฟื้นฟูผิว ทำให้ผิวแดงหรือชมพู
CO2 Laser คืออะไร ทำไมทำแล้วหน้าแดง

ตกสะเก็ดหลังทำ CO2 Laser เป็นเรื่องปกติไหม

การตกสะเก็ดหลังทำ CO2 Laser เป็นเรื่องปกติและพบได้ทั่วไป เนื่องจากเลเซอร์ชนิดนี้จะทำงานโดยการทำลายเนื้อเยื่อหรือเม็ดสีที่ผิดปกติ ทำให้เกิดแผลขนาดเล็กและกลายเป็นสะเก็ดตามมา สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติมคือ

  • สะเก็ดที่เกิดขึ้น = “สัญญาณว่าผิวกำลังซ่อมแซมตัวเอง”
  • ยิ่งดูแลความชุ่มชื้นดี ผิวจะฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
  • หากไม่มีสะเก็ดในบางเคส อาจเป็นการตั้งค่าพลังงานที่เบาหรือทำในระดับผิวตื้น

CO2 Laser ทำงานกับผิวอย่างไร ถึงทำให้เกิดการตกสะเก็ด

เครื่อง CO2 laser หลักการทำงานโดยอาศัยคุณสมบัติของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในการสร้างเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่น 10,600 นาโนเมตร ซึ่งสามารถดูดซับน้ำได้ดีในเนื้อเยื่อผิวหนัง เมื่อยิงเลเซอร์ไปยังบริเวณที่ต้องการ พลังงานจะถูกดูดซับโดยน้ำในเซลล์ ทำให้เกิดความร้อน เนื้อเยื่อที่ถูกความร้อนถูกทำลาย ระเหิดออกไปทำให้เกิดการตกสะเก็ด และทำให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวในบริเวณนั้น ๆ

หลังทำ CO2 Laser กี่วันถึงสะเก็ดแผลจะหาย

หลังจากทำ CO2 Laser ประมาณ 1–2 วัน แผลจะเริ่มแห้งและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมดำ ซึ่งเป็นช่วงที่ผิวเริ่มสร้างสะเก็ดเพื่อปกป้องแผล โดยทั่วไปสะเก็ดจะค่อย ๆ หลุดออกเองภายใน 7–14 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว การดูแลหลังทำ และความลึกของการยิงเลเซอร์ในแต่ละเคส

ลำดับการฟื้นตัวของผิวโดยทั่วไป

  • วันที่ 1–2 ผิวเริ่มแดง มีอาการตึง หรือแสบเล็กน้อย
  • วันที่ 2–4 เริ่มเกิดสะเก็ดสีเข้มบริเวณที่ทำเลเซอร์
  • วันที่ 5–7 สะเก็ดเริ่มแห้ง และบางส่วนเริ่มหลุด
  • วันที่ 7–14 สะเก็ดหลุดเกือบหมด เผยผิวใหม่สีชมพู

วิธีดูแลผิวหลังทำ CO2 Laser ให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น

  • งดล้างหน้า 1 วันหลังทำเลเซอร์ ใช้น้ำเกลือล้างได้ หลังจากนั้นสามารถล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าและใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสูตรอ่อนโยนได้
  • งดแต่งหน้าอย่างน้อย 3 วันหลังทำเลเซอร์ 
  • หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ กางร่มเมื่อต้องการออกแดด ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ โดยเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีการป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB มีค่า SPF50 PA +++ ขึ้นไปเพื่อปกป้องผิว
  • งดใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิว Whitening และครีมที่มีส่วนผสมของ AHA BHA หรือสารที่มีฤทธิ์ในการผลัดเซลล์ผิวทำให้เกิดการระคายเคืองทุกชนิด ประมาณ 1 สัปดาห์
  • ควรบำรุงผิวหลังทำเลเซอร์ให้มีความชุ่มชื้น
  • ช่วงที่แผลตกสะเก็ด ควรปล่อยให้สะเก็ดหลุดไปเอง ห้ามแกะเกาบริเวณสะเก็ด เนื่องจากอาจก่อให้เกิดการติดเชื้อหรือทำให้ผิวบริเวณนั้นมีรอยแดง รอยดำได้
  • รวมทั้งไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสครับขัดผิวทุกชนิด
  • ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ จึงจะสามารถกลับมาทำเลเซอร์อีกครั้งได้
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่

ใครบ้างที่เหมาะกับการทำ CO2 Laser และควรรู้อะไรก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ที่มีปัญหาติ่งเนื้อและไฝ กำจัดไฝ, ขี้แมลงวัน, ติ่งเนื้อ, กระเนื้อ, สิวหิน, ต่อมไขมันอุดตัน, หูด
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวไม่เรียบเนียน หลุมสิว, รอยแผลเป็น, รูขุมขนกว้าง
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิว (Skin Resurfacing ) ลดริ้วรอยร่องตื้น , ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน

“Lume” เครื่อง CO2 Laser เพื่อผิวเรียบเนียน

เทคโนโลยี CO2 “LUME” จะปล่อยพลังงานได้สูงสุดถึง 10,600nm ดูดซับน้ำได้ถึงระดับเซลล์ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และ Elastin ช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็ว ลดความเจ็บปวด สามารถรักษาปัญหาผิวได้อย่างหลากหลาย 

เครื่อง “Lume” มี 4 โหมดการรักษา

1. Fractional Mode สำหรับการผลัดเซลล์ผิว

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และเซลล์ผิวใหม่
  • ฟื้นฟูสภาพผิว ปรับสีผิวสม่ำเสมอ
  • ลดเลือนริ้วรอยและรอยแผลเป็น
  • กำจัดหลุมสิว รักษาเม็ดสีที่ไม่พึงประสงค์
Fractional Mode สำหรับการผลัดเซลล์ผิว
Normal Mode สำหรับการจี้ และตัดติ่งเนื้อ

2. Normal Mode สำหรับการจี้ และตัดติ่งเนื้อ

  • กำจัดไฝ, ขี้แมลงวัน, ติ่งเนื้อ, กระเนื้อ, สิวหิน, ต่อมไขมันอุดตัน, หูด

3. Gynae Mode สำหรับการกระชับช่องคลอด

  • กระชับช่องคลอด
  • เพิ่มการหล่อลื่นภายในช่องคลอด
  • ทำให้การรับความรู้สึกได้ดีขึ้น
  • รักษาภาวะปัสสาวะเล็ด
Gynae Mode สำหรับการกระชับช่องคลอด
Vulva Mode สำหรับการปรับสีผิวบริเวณจุดซ่อนเร้น

4. Vulva Mode สำหรับการปรับสีผิวบริเวณจุดซ่อนเร้น

  • ปรับสภาพสีผิวภายนอกจุดซ่อนเร้น
  • ปรับสีผิวให้ดูเรียบเนียน และสม่ำเสมอ
  • เพิ่มความกระชับ และความยืดหยุ่นของผิวบริเวณจุดซ่อนเร้น
"Lume" เครื่อง CO2 Laserเพื่อผิวเรียบเนียน

สรุป

การตกสะเก็ดหลังทำ CO2 Laser เป็นกระบวนการปกติของการซ่อมแซมผิว ไม่ใช่สัญญาณอันตราย สิ่งสำคัญคือการดูแลอย่างถูกวิธี เช่น หลีกเลี่ยงการแกะสะเก็ด ป้องกันแสงแดด และบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอย่างต่อเนื่อง หากปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็ว ลดความเสี่ยงของรอยดำ และได้ผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว

สนใจเครื่อง Co2 Laser
ทดลองใช้ และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ฟรี

Related Article

หากพูดถึงเลเซอร์ที่ใช้สำหรับจัดการปัญหาผิวและการปรับสภาพผิว CO2 Laser เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย ทั้งในด้านการรักษาเฉพาะจุดและการทำ Skin Resurfacing
แม้เครื่อง CO2 Laser จะใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ชนิดเดียวกัน แต่เครื่องแต่ละรุ่นอาจมีความแตกต่างกันในด้านการปล่อยพลังงาน การควบคุมพลังงาน ระบบ
ไฝ ขี้แมลงวัน หูด และติ่งเนื้อ อาจเป็นปัญหากวนใจที่ส่งผลต่อความมั่นใจของหลาย ๆ คน