เครื่อง Shockwave และเครื่อง EMT ต่างกันอย่างไร

20 มี.ค. 2026

เครื่อง Shockwave และเครื่อง EMT ต่างกันอย่างไร
เทคโนโลยีทางการแพทย์และกายภาพบำบัดมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนวัตกรรมที่ช่วยดูแลร่างกายโดยไม่ต้องผ่าตัด เช่น Shockwave และ EMT ซึ่งหลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ หรือพบเห็นตามคลินิกและศูนย์ฟื้นฟูร่างกาย แต่ยังไม่แน่ใจว่าเทคโนโลยีทั้งสองนี้แตกต่างกันอย่างไร และเหมาะกับการดูแลร่างกายแบบไหน บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจความแตกต่างของ Shockwave และ EMT ในมุมมองที่เข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้ผู้อ่านสามารถมองเห็นภาพรวมของเทคโนโลยีทั้งสองได้ชัดเจนมากขึ้น

Table of Contents

เครื่อง Shockwave และเครื่อง EMT คืออะไร ทำงานด้วยหลักการแบบไหน

เครื่อง Shockwave (คลื่นกระแทก) คือเครื่องมือที่ใช้คลื่นกระแทกเกิดจากแรงอัดอากาศปริมาณสูง โดยคลื่นจะเคลื่อนตัวด้วยความเร็วเหนือเสียงทำให้เกิดพลังกดอัดที่มีลักษณะเฉพาะ เข้าไปในบริเวณที่มีก้อนกล้ามเนื้อและผังพืด

หลักการทำงาน

  • กระตุ้นให้เกิดบาดเจ็บเมื่อคลื่นกระแทกเข้าสู่ร่างกาย จะสร้างการบาดเจ็บเล็ก ๆ ระดับเซลล์บริเวณเนื้อเยื่อที่ตึงตัวหรือปวดเรื้อรัง ทำให้เซลล์กล้ามเนื้อและสารอาหารที่จำเป็นกับร่างกายเกิดกระบวนการซ่อมสร้างเนื้อเยื่อใหม่ 
  • การซ่อมแซม และฟื้นฟู ร่างกายจะตอบสนองต่อการบาดเจ็บเล็ก ๆ ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบเซลล์ นี้โดยการกระตุ้นให้หลั่งสารลดปวดเร่งการสร้างหลอดเลือดใหม่ และเพิ่มการไหลเวียนเลือด ทำให้เนื้อเยื่อที่บาดเจ็บเรื้อรังอย่างเช่น รองช้ำ, เอ็นไหล่ติด สะบักจม ได้รับออกซิเจนและสารอาหาร เพื่อซ่อมแซมตัวเอง

เครื่อง EMT (คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) คือ เทคโนโลยีที่ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มข้นสูง (High-Intensity Focused Electromagnetic /HIFEM) ส่งผ่านผิวหนังลงไปถึงชั้นกล้ามเนื้อ

หลักการทำงาน

  • สร้างกล้ามเนื้อ และลดไขมันไปพร้อม ๆ กัน เมื่อกล้ามเนื้อถูกกระตุ้นให้เกิดการหดเกร็งสูงสุด (Supramaximal Contraction) ร่างกายจะเกิดการตอบสนองด้วยการสร้างเส้นใยกล้ามเนื้อใหม่ และเพิ่มความหนาแน่นของเส้นใยเดิม
  • สลายไขมัน การหดเกร็งของกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงทำให้เซลล์ไขมันทำงานอย่างหนักกระตุ้นให้เกิดกระบวนการ Lipolysis ซึ่งส่งผลให้เซลล์ไขมันบริเวณนั้นแตกตัวและลดลง

ความแตกต่างระหว่างเครื่อง Shockwave และเครื่อง EMT ในด้านของพลังงาน

เครื่อง Shockwave ใช้คลื่นเสียงความถี่ต่ำพลังงานสูง (Acoustic Wave) ในการสร้างแรงกระแทกเพื่อลดปวดและฟื้นฟูเนื้อเยื่อช่วยในการรักษากลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม และอาการปวดเรื้อรังต่าง ๆ โดยเน้นการรักษาจุดเจ็บเฉพาะที่

เครื่อง EMT (High-Intensity Electromagnetic /HIFEM) ใช้พลังงานจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า Electromagnetic Wave ความเข้มสูงที่เข้าไปถึงชั้นกล้ามเนื้อและชั้นไขมันใต้ชั้นผิวหนังทำให้เกิดกล้ามเนื้อหดตัวแบบ Supramaximal Muscle Contraction กระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อและลดไขมันพร้อมกัน

บริเวณการรักษาที่เครื่อง Shockwave และเครื่อง EMT เข้าถึง

เครื่อง Shockwave (คลื่นกระแทก) ใช้รักษาอาการปวดเรื้อรัง พังผืด ข้อและเส้นเอ็นอักเสบ บริเวณหลัก ๆ ได้แก่ คอ บ่า ไหล่กลุ่มออฟฟิศซินโดรม กล้ามเนื้อยึดตึง หลัง ปวดหลังเรื้อรัง, ฝ่าเท้าส้นเท้า (รองช้ำ)

เครื่อง EMT (Electromagnetic Muscle Trainer) เน้นการสร้างกล้ามเนื้อ และสลายไขมันโดยใช้บริเวณ หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา น่องรวมถึงกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเพื่อลดภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่

เครื่อง Shockwave และเครื่อง EMT ใครเหมาะกับเครื่องแบบไหน

เครื่อง Shockwave เหมาะกับผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรังหรืออักเสบ ออฟฟิศซินโดรมรองช้ำ กล้ามเนื้อยึดตึง หรือมีพังผืด เป็นต้น

เครื่อง EMT เหมาะกับผู้ที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อลดไขมัน ยกกระชับสัดส่วน คุณแม่หลังคลอดที่ต้องการฟื้นฟูหน้าท้องกระชับสัดส่วนหรือผู้ที่มีปัญหากล้ามเนื้อไม่แข็งแรง เป็นต้น

แนวโน้มการใช้เครื่อง Shockwave และเครื่อง EMT ในคลินิกและศูนย์ดูแลสุขภาพ

การใช้เครื่องShockwave และเครื่อง EMT ในคลินิกและศูนย์ดูแลสุขภาพยังมีแนวโน้มที่สำคัญในด้านการรักษาและการดูแลสุขภาพเน้นการรักษาที่เห็นผลรวดเร็วและเกิดผลข้างเคียงน้อยที่สุดและที่สำคัญไม่ต้องมีการผ่าตัดไม่เกิดบาดแผลหรือต้องพักฟื้นนาน และการเติบโตของด้านเทคโนโลยีมีการพัฒนามีความแม่นยำเจาะลึกและปลอดภัยยิ่งขึ้นทำให้อัตราการยอมรับสูงขึ้น

“Maximus Pro” ที่สุดของนวัตกรรมเครื่อง EMT

เครื่อง Maximus Pro นวัตกรรมสร้างกล้ามเนื้อ พร้อมสลายไขมัน

เครื่อง Maximus Pro เป็นการรวมเทคโนโลยีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเข้มข้นสูง(High-Intensity Focused Electromagnetic)ที่นำมาใช้เพื่อกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อ รักษาผู้ที่มีปัญหากล้ามเนื้อไม่แข็งแรง และผู้ที่ต้องการเพิ่มกล้ามเนื้อให้ชัดขึ้น รวมทั้งการกระชับสัดส่วน โดยพลังงาน Electromagnetic Wave เข้าไปถึงชั้นกล้ามเนื้อ และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ทำให้เกิดกล้ามเนื้อหดตัวแบบ Supramaximal Muscle Contraction ซึ่งกล้ามเนื้อหดตัวมากกว่าการออกกำลังกายด้วยวิธีปกติ และพลังงานคลื่นความถี่วิทยุ(Radio Frequency RF)โดยคลื่นวิทยุจะกลายเป็นพลังงานความร้อนทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นประมาณ 3-5°C ซึ่งมีความปลอดภัย เพราะอุณหภูมิของร่างกายจะถูกกระตุ้นให้สูงขึ้นไม่เกิน 42°C ช่วยเร่งอัตราการเผาผลาญไขมัน กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และทำให้โครงสร้างใต้ผิวที่เสื่อมสภาพกลับมาเต่งตึง กระชับอีกครั้ง

โดยนำทั้งสองเทคโนโลยีนี้มาใช้ในเครื่องเดียวกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของผลลัพธ์มากยิ่งขึ้น

สรุป

Shockwave และ EMT ต่างก็เป็นวิธีรักษาทางเลือกที่มีประสิทธิภาพในการลดอาการปวดและฟื้นฟูเนื้อเยื่อโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ใช้หลักการคนละแบบ Shockwave ใช้แรงกระแทกจากคลื่นเสียงความถี่สูงเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซมบริเวณที่บาดเจ็บ ส่วน EMT ใช้พลังงานสนามแม่เหล็กไฟฟ้าในการลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวดลึกถึงเนื้อเยื่อชั้นใน แต่ละวิธีมีข้อดีเฉพาะตัวและเหมาะกับอาการหรือผู้ป่วยที่แตกต่างกัน การตัดสินใจเลือกใช้วิธีใดควรพิจารณาจากสภาพอาการของผู้ป่วยแต่ละรายและคำแนะนำของแพทย์ผู้รักษา

Related Article

ปัจจุบันการสร้างกล้ามเนื้อไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในฟิตเนสอีกต่อไป เทคโนโลยีอย่าง EMT กลายเป็นอีกทางเลือกที่ช่วย “เร่งผลลัพธ์” ได้ในเวลาสั้น เหมาะกับทั้งคนที่ไม่มีเวลาออกกำลังกาย
หลายคนออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่กลับรู้สึกว่ากล้ามเนื้อพัฒนาได้ช้า หรือรูปร่างไม่เปลี่ยนแปลงอย่างที่คาดหวัง ทั้งที่ทุ่มเทเวลาและความตั้งใจไม่น้อย หนึ่งในเหตุผลคือ กล้ามเนื้อบางมัดอาจถูกใช้งานไม่เต็มที่ หรือกระตุ้นได้ไม่ลึกพอจากการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว
เหนียงหรือไขมันใต้คางเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยครั้ง ทำให้กรอบหน้าไม่ชัด และส่งผลให้ภาพรวมใบหน้าดูมีอายุมากขึ้น แม้บางคนจะไม่ได้น้ำหนักเพิ่ม ก็ยังมีเหนียงจากพันธุกรรม ผิวหย่อนคล้อย หรือพฤติกรรมก้มหน้าบ่อยในชีวิตประจำวัน